ครีมยาทาแก้คันยุงกัด

อาการแพ้ยุงกัดสกีตเตอร์ซินโดรม (Skeeter Syndrome)

ในแต่ละปี ผู้คนจำนวนมากถูกยุงกัด แต่การกัดของยุงส่งผลกับผู้คนในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ในขณะที่ยุงดูดเลือด ยุ่งก็ปล่อยน้ำลายลงไปและในน้ำลายของยุงนี่เอง ก็ประกอบไปด้วย สารกันเลือดแข็ง และโปรตีน

โปรตีนในน้ำลายยุงนี่เองที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การต่อสู้ ระหว่างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกับโปรตีนนี้ ทำให้ร่างกายปล่อยสารฮีสตามีน (histamine) ออกมา ซึ่งวิตามินเป็นส่วนประกอบของเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่ต่อสู้ กับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกาย และ histamine นี่เอง เป็นสาเหตุของอาการคัน อาการบวมแดงและแผลที่ตามมา

การเกาจากรอยยุงกัด
ทำไมเราถึงคันมากขึ้น หลังจากที่เกา บริเวณที่ยุงกัด นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อเราเกา ผิวหนังบริเวณนั้นจะได้รับการกระตุ้นที่มากขึ้น ซึ่งการได้รับการกระตุ้นเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการคันตามมา อย่างไรก็ดีการเกาไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะเป็นต้นเหตุทำให้ ผิวหนังถลอก หรือเป็นแผล หรืออาจจะเกิดการติดเชื้อได้ และทำให้อาการคันยิ่งมีมากยิ่งขึ้น

ควรจะไปพบแพทย์ถ้าเกิดอาการเหล่านี้
ถ้าหากคุณโดนยุงกัด อาจทำให้เกิดอาการ ภูมิแพ้อย่างเฉียบพลันได้ (anaphylaxis) ซึ่งอาการแพ้นี้ส่งผลต่อชีวิต หากคุณโดนยุงกัดแล้วมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบบอกคนข้างเคียงให้ทราบทันที
– มีอาการลมพิษ
– หายใจเสียงดังครืดคราด
– หายใจลำบาก
– รู้สึกเหมือนลำคอกำลังจะปิดหายใจไม่ออก

สำหรับคนที่มีอาการแพ้อย่างเฉียบพลันนั้น ต้องได้รับการฉีด (Epi Pen) ซึ่งเป็นกระบอกฉีดอัตโนมัติเพื่อใช้รักษาปฏิกิริยาการแพ้อย่างรุนแรง อาการแพ้แบบเฉียบพลันนี้ที่เกิดจากยุงเป็นอาการที่หาได้ยาก เนื่องจากการแพ้มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการแพ้เหล็กในจากแมลงอื่นๆ มากกว่า

อาการยุงกัดจะอยู่ไปนานแค่ไหน
อาการหลังจากยุงกัดสามารถอยู่ได้ตั้งแต่ชั่วโมงไปจนถึง 2-3 วัน ช่วงเวลาของอาการที่ยุงกัดนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยกัด และภูมิคุ้มกันในแต่ละคน อาการคันและการเกา สามารถทำให้ ระยะเวลา ของรอยยุงกัดอยู่ได้นานขึ้น

ความเข้าใจอาการแพ้ยุงกัดสกีตเตอร์ซินโดรม (Skeeter Syndrome)

เกือบทุกๆคน มีอาการไวต่อยุงกัด แต่สำหรับบางคนที่มีอาการแพ้นั้น จะมีอาการมากกว่าแค่อาการรำคาญทั่วไป ซึ่งจะมีอาการรุนแรงมากกว่านั้น ยุงมักจะกัดเรา ในช่วงพลบค่ำ หรือตอนช่วงเช้าซึ่งเป็นช่วงที่ยุงตื่นและหากิน อย่างที่หลายคนรู้กันดีอยู่แล้วว่ายุงตัวผู้ ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เพราะยุงตัวผู้กินน้ำหวานจากดอกไม้ และน้ำ ในขณะที่ยุงตัวเมียนั้นดูดเลือดจากคน

ยุงตัวเมีย ติดตามเหยื่อ ที่มันจะดูดเลือด จากกลิ่น จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการหายใจออก ของคน และสารเคมี จากตัวคน เมื่อยุงตัวเมียพบแหล่งอาหาร ยุงจะเกาะบริเวณผิวหนัง และเจาะ ปาก ที่คล้ายท่อหรืองวง เพื่อดูดเลือดกินเป็นอาหาร
ท่อนั้นมีความยาว และออกจากหัวของยุง และมีความแหลมพอที่จะเจาะเข้าไปในผิวหนังของมนุษย์ อาการทั่วไปหลังจากยุงกัดจะเกิดตุ่มแดงและอาการคัน ซึ่งไม่ใช่สาเหตุจากการถูกกัด แต่เป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อโปรตีนในน้ำลายยุง ซึ่งอาการนี้เรียกว่า skeeter Syndrome

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ยุงกัด และการเกิดอาการ skeeter Syndrome
โดยทั่วไปแล้ว ยุงมักจะเลือกกับบุคคลที่มีลักษณะต่างๆ ดังนี้
– ผู้ชาย
– ผู้หญิงตั้งครรภ์
– คนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ปกติ หรือภาวะอ้วน
– คนที่มีเลือดกรุ๊ปโอ
– คนที่เพิ่งออกกำลังกาย
– คนที่มีกรดยูริค Acid แลคติกแอซิดและแอมโมเนียสูง
– คนที่เพิ่งดื่มเบียร์

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เนื่องมาจากยุง มักจะโจมตีความร้อน ดังนั้นการใส่เสื้อผ้าหรือชุดที่มีสีดำ อาจทำให้คุณถูกกัดมากกว่าคนอื่นๆ นี่ก็เป็นเพราะว่าสีดำนั้นดูดซับความร้อนได้ดี ดังนั้นผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนชื้น พื้นที่ชุ่มน้ำ มีความเสี่ยงที่จะถูกกัดได้มากกว่า

สำหรับบางคนมีความเสี่ยงในการเกิดการแพ้ได้มาก ยกตัวอย่างเช่นเด็กนั้น เกิดอาการแพ้จากส่วนประกอบในน้ำลายของยุง เช่นโปรตีน และยาต้านจุลชีพ กลุ่มคนเหล่านี้อาจมีโอกาสความเสี่ยงที่จะเกิดอาการ skeeter Syndrome ได้มากกว่า

สำหรับคนที่โดนยุงกัดบ่อยๆ อาจจะมีความคุ้นเคยมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นผู้ใหญ่ที่เคยโดนยุงกัดแล้ว อาจจะมีปฏิกิริยา ต่ออาการคันน้อยกว่าเด็กที่ถูกยุงกัด สำหรับอาการพื้นฐานโดยทั่วไปหลังจากยุงกัด มักจะเป็นตุ่ม นิ่มๆ นูนออกมา ซึ่งอาจมีลักษณะสีชมพูสีแดงและมีอาการคันร่วมด้วย ซึ่งโดยมาก ตุ่มแดงนี้จะมีอาการบวม ประมาณ 1 นาทีหลังจากยุงกัด ต่อมาในวันรุ่งขึ้น มักจะเป็นตุ่มสีแดงเข้ม ที่อยู่บนผิวหนัง และอัตราเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นต่อไปได้ถึง 48 ชั่วโมง หลังจากยุงกัดครั้งแรก ซึ่ง American Academy of Allergy , Asthma, & Immunology (AAAAI) พบว่า เมื่อยุงกัดจะใช้เวลาประมาณ 6 วินาทีหรือมากกว่านั้น เราถึงจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง

การป้องกันยุงกัด

การป้องกันเป็นหนทางที่ดีที่สุด ยุงต้องอาศัยน้ำนิ่งในการวางไข่ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้เราควรหลีกเลี่ยงแหล่งน้ำ ที่จะสามารถทำให้ยุงสามารถวางไข่ได้

กำจัดแหล่งน้ำนิ่งรอบๆ บ้านโดย
– ขจัดแหล่งรองรับน้ำฝน
– ดูแลไม่ให้มีน้ำขัง ในอุปกรณ์ต่างๆของบ้าน เช่น สระว่ายน้ำของเด็ก ชามให้อาหารสัตว์ กระถางต้นไม้ บัวรดน้ำ เป็นต้น

วิธีอื่นๆในการป้องกันยุงกัด
– สวมเสื้อผ้าที่ช่วยป้องกันยุง เสื้อแขนยาว ขายาว เมื่อต้องอยู่ในที่ที่มียุงสวมเสื้อผ้าที่มีสีสว่างสดใส ยกตัวอย่างเช่น ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงเท้า
– ป้องกันไม่ให้มีรูที่หน้าต่างหรือประตูเนื่องจากยุงจะสามารถลอดเข้ามาได้
– การใช้เทียนตะไคร้หอม ในบริเวณนอกบ้าน ซึ่งนอกจากป้องกันยุงยังช่วยให้เราไม่ต้องรับสารเคมีจากการฉีดยากำจัดยุง

การรักษาอาการยุงกัดแบบง่ายๆเมื่ออยู่ที่บ้าน
– ล้างบริเวณที่ยุงกัด 2-3 ครั้งต่อวันและทายาประเภทยาปฏิชีวนะ หรือ แอนตี้ไบโอติก (Antibiotic)
– ใช้ ผ้าชุบน้ำเย็น ปิดบริเวณที่โดนยุงกัดเพื่อลดอาการบวม
– ใช้เบกกิ้งโซดา ผสมกับน้ำ 2-3 ครั้งต่อวันจนกว่าอาการบวมและคันจะหายไปหรือลดลง
– หากมีอาการคันให้กดเล็บมือ หรือวัตถุที่ไม่แหลมไปบริเวณที่ยุงกัด เช่น ฝาครอบปากกาประมาณ 10 วินาที เพื่อลดอาการคัน

อาการแทรกซ้อนจากยุงกัด
นอกเหนือจาก ที่ยุงกัดแล้ว จะทิ้งร่องรอยบวมตุ่มน้ำ หรืออาการอักเสบไปบนผิวหนังเราได้ ยุงยังสามารถก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยอีกหลายอย่างได้แก่

– ไข้มาลาเรีย
– ไข้เดงกี่ (Dengue Fever )
– สมองอักเสบ
– ไข้เหลือง
– ไวรัสเวสต์ไนล์ ( West nile Virus)
– ไวรัสซิก้า (Zika Virus)
– เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือไขสันหลังอักเสบ

โรคที่เกิดจากยุงกัดเหล่านี้ เป็นอาการแทรกซ้อนที่สามารถคุกคามถึงชีวิตเราได้เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าอาการจะคงอยู่ไม่เพียงเพียงไม่กี่วันหรือดูไม่รุนแรงก็ตาม อยากให้ลองนึกถึงตัวอย่าง เช่นไวรัสซิกา ซึ่งสามารถส่งผลถึงเด็กทารก ที่อาจเกิดขึ้นมามีภาวะบกพร่องได้ หากหญิงที่ตั้งครรภ์ได้รับไวรัสในขณะตั้งครรภ์ หรือกระทั่งเวสต์ไนล์ไวรัส ก็สามารถทำให้ถึงแก่การตายได้เช่นกัน

ควรรีบพบแพทย์อย่างด่วน หากคุณพบอาการ ดังต่อไปนี้หลังจากถูกยุงกัด

– มีไข้สูงมากกว่า 38.3 องศาเซลเซียส ขึ้นไป
– มีอาการผื่น
– ตาแดงหรือมีเยื่อบุตาอักเสบ
– ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ
– รู้สึกเหนื่อยล้า
– ภาวะปวดหัวเรื้อรัง ( เป็นอาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นทันที ผู้ป่วยมักจะระบุวันเวลาที่เริ่มปวดได้ชัดเจน
– การหายใจลำบาก จากปฏิกิริยาภูมิแพ้แบบเฉียบพลันรุนแรง

แนวโน้มของภาวะ Skeeter Syndrome
แม้ว่าอาการ Skeeter Syndrome จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่ปฏิกิริยานั้นอาจรุนแรง จนทำให้ต้องเข้ารับการรักษา อย่างทันที

ถ้าคุณมีอาการแพ้ยุงกัด คุณควรพิจารณารักษาอย่างต่อเนื่อง จากผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะถ้าคุณอาศัยอยู่ที่เป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้ม ที่มียุงอาศัยอยู่มาก ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพ้ อาจทำการทดสอบทางผิวหนัง เพื่อแยกส่วนของน้ำลายยุงที่คุณแพ้ และพัฒนา แนวทาง แผนคุ้มกันได้ ซึ่งมักจะประกอบด้วยการฉีดสารก่อภูมิแพ้ในร่างกายของคุณ ในเวลาหลายเดือน หรืออาจเป็นปี จนกระทั่งร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้

อาการ Skeeter Syndrome ไม่ได้ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยในระยะยาว หรือแทรกแซงการดำเนินชีวิต หากมีการดูแลจัดการที่เหมาะสม เพียงแค่คุณตระหนักว่ามีคุณอยู่และมียุงอยู่รอบๆตัว เราจะได้หาวิธีการ หรือเครื่องมือที่เหมาะสมในการดูแลตัวเอง

ในหลายๆ ครั้ง ยุงกัดก็สามารถทิ้งรอยดำเอาไว้บนผิวของเราได้ สำหรับบางคนที่มีผิวที่แพ้ง่ายและอ่อนโยน อาจจะรู้สึกมากและมีรอยแผลทิ้งไว้ แต่ก็ไม่ใช่รอยแผลที่ถาวร ดังนั้นจึงควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซีและอี และส่วนผสมจากธรรมชาติ ใช้ทารอยหลังยุงกัด เพื่อลดโอกาสการเกิดร่องรอยบนผิวหนังในระยะยาว

ตุ่มคัน ยุงกัด